SmartMike Highlight
Audio

รีวิวการใช้งาน Sabinetek SmartMike แบบละเอียด

กระแสคนทำ Podcast, Vlog, Youtuber กำลังฮิตมากในหมู่คนทำคอนเทนต์สื่อโซเชียล การพึ่งมือถือเพียงตัวเดียวอาจจะเพียงพอสำหรับการ Live หรือพูดในระยะใกล้ แต่ในกรณีที่เราต้องพูดในจุดที่ห่างจากมือถือในระยะไกลพอตัว สัก 1-2 เมตร เพื่อทำการสาธิตการใช้งานสินค้า (ที่มีขนาดใหญ่) หรือต้องแสดงท่วงท่าการออกกำลังกาย โดยจำเป็นต้องทำการพูดอธิบายไปด้วย เคสนี้ ไมค์ไร้สายจำเป็นอย่างยิ่งและเป็นไอเท็มที่ควรมีติดไว้ ซึ่งทาง Rala ได้ลองไมค์ไวเลสที่ออกแบบมาเพื่อยุค New Normal รู้สึกว่า ไมค์ตัวนี้มันใช่เลย “Sabinetek SmartMike”

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า Sabinetek SmartMike สามารถทำงานได้แบบโหมด ใช้งานตัวเดียว กับ หโหมดใช้งานคู่สองตัว

ในโหมดการใช้งานตัวเดียว จะเน้นการเชื่อมต่อเพื่ออัดเสียงเข้าสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งจะอธิบายวิธีให้รู้ต่อไปครับ

ส่วนโหมดการใช้งานสองตัว คือ เราต้องซื้อ Sabinetek SmartMike 2 ตัว และแนะนำให้ซื้อสายแจ็คสั้นแบบ 2 และ 3 ขีด ด้วย ในโหมดนี้จะขยายขอบเขตการใช้งานได้หลากหลายทีเดียวครับ เช่นไปใช้เป็นไมค์กล้องได้ ใช้เป็นไมค์พูดคุยสัมภาษณ์ เป็นต้น

พร้อมแล้วเรามาดูรายละเอียดโหมดใช้งานตัวเดียวกัน

โหมดใช้งานตัวเดียว

โหมดใช้งานตัวเดียว เราเพียงซื้อ Sabinetek SmartMike มา 1 ชุด พอเปิดกล่อง เราจะพบกับอุปกรณ์ดังนี้ครับ

  1. SmartMike
  2. สายชาร์จ USB
  3. หูฟังมอนิเตอร์
  4. ฟองน้ำครอบหัวไมค์
  5. ฟองน้ำขนแมวครอบหัวไมค์
  6. ซองผ้าหูรูด
  7. คู่มือการใช้งาน

ในโหมดการใช้งานตัวเดียวนี้ เราเพียงแค่เชื่อมต่อไมค์เข้ากับมือถือผ่านบลูทูธเพื่ออัดเสียง ตรงนี้สำคัญครับ *** เราจะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ app Facebook, Youtube หรือ app ในมือถือตัวอื่นเพื่ออัดเสียงเข้าได้นะครับ จำเป็นต้องถ่ายวิดีโอและอัดผ่าน app SmartMike+ เท่านั้นครับ ***

SmartMike+ app

app SmartMike+ มีให้โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android มีฟังก์ชันรายละเอียดใน app เดี๋ยวจะอธิบายหลังจากที่เราเชื่อมต่อกับไมค์สำเร็จนะครับ

SmartMike How to 2

เมื่อลง app เสร็จแล้ว หยิบตัว SmartMike ขึ้นมา แล้วกดปุ่มสีแดง ค้างไว้ 3 วินาที เพื่อเปิดใช้งาน

sabinetek smartmike how to 3

หากใช้งานได้ มีแบต ไฟจะขึ้นสีน้ำเงิน กระพริบเร็วๆ

sabinetek smartmike 04

กลับไปที่มือถือของเรา เปิดบลูทูธ แล้วเข้าไปที่รายการอุปกรณ์สัญญาณบลูทูธ ถ้าตามตัวอย่างก็กดค้างที่ไอคอนบลูทูธ ก็จะเข้าไปที่รายการอุปกรณ์ที่พร้อมเชื่อมต่อ

sabinetek smartmike 05

อันนี้สำหรับมือถือ Android => กด Search => กดเลือก SmartMike+ => ถ้าเชื่อมต่อสำเร็จ รายการ SmartMike+ ก็จะเลื่อนมาอยู่ตรงหัวข้อ ‘Paired Device’ พร้อมกับไฟกระพริบสีน้ำเงินที่อุปกรณ์จะเปลี่ยนจาก กระพริบเร็ว => เป็นกระพริบช้าลง เท่านั้นมือถือกับ SmartMike ก็รู้จักกันแล้ว

มาลองอัดเสียงกันดู

sabinetek smartmike 06

เมื่อเปิด app SmartMike+ หากไมค์มีการเชื่อมต่อพร้อมใช้งาน จะขึ้นชื่อไมค์ให้เห็นตรงหัว app ตรงกลาง และบอกสถานะของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ให้เรารู้ด้วย (กรอบสีเหลือง) ไอคอนมุมบนซ้ายสำหรับเปิดดูไฟล์ที่อัดแล้ว ส่วนไอคอนมุมบนขวา สำหรับสลับกล้องหน้า-หลัง

มาดูด้านล่างของหน้าจอ  ปุ่มใหญ่ๆ จะมีให้เลือกอัดว่า จะอัดเป็นวิดีโอ หรืออัดเฉพาะเสียง

ส่วนแถวด้านล่างสุดเป็นหมวดตั้งค่าการอัด ไอคอนแรกจะเป็นกำหนดขนาดวิดีโอที่จะอัด

 

ไอคอนที่ 2 จะเป็นการปรับแต่งค่าที่ละเอียดหน่อย สำหรับการอัดวิดีโอ ด้านบนขวาเราสามารถเลือกได้ว่าจะปรับแต่งค่าแบบ Pro หรือ Auto หากเลือก Pro ก็จะมีเมนูให้เราเลือกปรับค่าดังนี้

Phone Mic: เลือกรับเสียงจากไมค์มือถือหรือไม่
Mic: ใชงานไมค์ตัว SmartMike หรือไม่
Gain: ระดับความดังของเสียงที่รับ
Monitor: ระดับความดังของเสียงที่ฟังผ่านหูฟัง ขณะอัดเสียง
Mic Mixing: ระดับการมิกซ์เสียงจากไมค์ หากมีการเลือกใช้ไมค์มากกว่า 1 แหล่ง
Noise Reduction: ระดับการลดทอนเสียงรบกวน
Music: ระดับของเสียงเพลง Background หากเรามีการเปิดเพลงจาก app อื่น ขณะทำการอัดเสียง

sabinetek smartmike 08

ไอคอนที่ 3 สำหรับปรับโทนสีของวิดีโอ ลองเลือกดูจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที

sabinetek smartmike 09

ไอคอนที่ 4 เป็นการปรับค่าความละเอียด / บิตเรท / เฟรมเรท / การทำหน้าฟุ้งฟริ้ง ของไฟล์วิดีโอ และเลือกเปิด/ปิด เส้นกริดบนหน้าจอ

sabinetek smartmike 10

มีอีกเมนูที่สำคัญในไอคอนที่ 4 ให้เลือก => Device Mgmt => Double Click on/Off Button => จะเป็นการเลือกว่า เมื่อเรากดที่ปุ่มสีแดง (ปุ่ม Power) ของตัว SmartMike 2 ครั้งซ้อน (Double Click) จะให้ทำหน้าที่อะไร ซึ่งมี 2 อย่างให้เลือก คือ ทำการสลับกล้องหน้า-หลัง หรือ เล่น-หยุดเพลงที่เราเปิดจาก app อื่น ที่เลือกไว้เป็นเพลง background ของคลิปวิดีโอที่อัด

ตอนนี้เราก็รู้วิธีการปรับตั้งค่าไมค์ และรูปแบบวิดีโอที่จะอัดอย่างครบถ้วนเรียบร้อย

sabinetek smartmike 11

การอัดเสียง ก็แค่ใช้คลิปหนีบของไมค์ติดกับขอบคอเสื้อหรือปกเสื้อ ระดับเสียงจะแสดงอยู่ที่ขอบด้านข้างของหน้าจอ พร้อมแล้ว ก็เริ่มรายการได้เลย!!!

โหมดใช้งานสองตัว

การใช้งานในโหมดนี้ เราจำเป็นต้องใช้ SmartMike 2 ตัว และแนะนำให้ซื้อสายแจ็ค 2 ขีด กับ 3 ขีด มาด้วยก็ดีครับ จะได้ครอบคลุมทุกกรณีการใช้งานที่กำลังจะแจกแจงอย่างละเอียด การเชื่อมต่อใช้งานมี 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. การเชื่อมต่อกับมือถือ เพื่ออัดเสียงจากไมค์เข้า app ทุก app บนมือถือ
  2. การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กล้อง/ เครื่องเสียง / คอมพิวเตอร์
  3. การเชื่อมต่อเพื่อการพูดสัมภาษณ์
  4. การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานเหมือนเป็น  วิทยุสื่อสาร Walkie Talkie

1. การเชื่อมต่อกับมือถือ เพื่ออัดเสียงจากไมค์เข้า app ทุก app บนมือถือ

การใช้ SmartMike ตัวเดียว แล้วเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธไม่เพียงพอที่จะอัดเสียงเข้า app Facebook, Youtube เพื่อจะทำการอัดหรือ Live สดได้ เราจำเป็นต้องต่อเชื่อมอุปกรณ์ตามไดอะแกรมด้านล่างนี้

[มือถือ Android]<-> [สายแจ็ค 3 ขีด]<-> [SmartMike 1]  <————> [SmartMike 2]

[มือถือ iOS] <->[สายแปลง Lightning] <->[สายแจ็ค 3 ขีด]<-> [SmartMike 1]  <————> [SmartMike 2]

ขั้นตอนการเชื่อมต่ออาจดูงงๆ ในตอนแรก แต่พอเข้าใจแบบแรกนี้แล้ว รูปแบบอื่นๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา วิธีการเป็นดังนี้

ก่อนอื่นเราต้องทำการจับคู่ SmartMike ทั้ง 2 ตัว ให้รู้จักก่อน โดยการกดปุ่มเปิดสีแดงที่ SmartMike ตัวที่ 1 กดค้างประมาณ 3 วินาที เราจะได้ไฟกระพริบเร็วๆ สีน้ำเงิน จากนั้นให้ไปกดปุ่มเปิดสีแดงที่ SmartMike ตัวที่ 2 กดค้างประ มาณ 20 วินาที ไฟสีน้ำเงินที่กระพริบเร็วๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวแทน จากนั้นก็ปล่อยมือ วาง SmartMike ทั้งสองตัวให้ใกล้กัน

sabinetek smartmike 12

จากนั้นรอประมาณ 2-3 วินาที ไฟกระพริบเร็วๆ สีน้ำเงิน กับไฟกระพริบเร็วๆ สีเขียว จะกระพริบช้าลง แสดงว่า SmartMike ทั้งสองตัวสามารถสื่อสารหากันได้แล้ว (เหมือนการสร้างสะพานเชื่อมสัญญาณ)

sabinetek smartmike 13

คราวนี้แกะกล่องสายแจ็คเชื่อมต่อ ในกล่องจะมีอยู่ 2 สาย คือแบบ 2 ขีด กับ 3 ขีด กรณีเชื่อมต่อกับมือถือต้องใช้สายเส้น 3 ขีด

ถ้าเป็นมือถือ Android หยิบ SmartMike ตัวไหนก็ได้ มาต่อกับสายแจ็ค 3 ขีด อีกปลายก็ต่อเข้ากับช่องหูฟังของมือถือ

ถ้าเป็นมือถือ iOS จำเป็นต้องใช้สาย Lightning เชื่อมต่อเพิ่ม ต้องระวังว่าสาย Lightning ควรเป็นของแท้ หรือหากเป็นสายเทียบเท่า ต้องรองรับฟังก์ชันหูฟังและไมค์

 

sabinetek smartmike 16

การเชื่อมต่อ SmartMike เข้ากับ iPhone ก็จะเป็นตามรูปแบบด้านบน

ด้วยวิธีการด้านบนก็พร้อมจะใช้ SmartMike อัดเสียงเข้ามือถือด้วยคุณภาพคมชัด เต็มโทนเสียง พร้อม Live สดผ่าน app Facebook, Youtube หรือจะร้องคาราโอเกะใน Joox โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวต้องอยู่ใกล้มือถือ

2. การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กล้อง/ เครื่องเสียง / คอมพิวเตอร์

หลังจากที่สำเร็จจากการใช้ SmartMike 2 ตัว เพื่อเชื่อมต่อกับมือถือแล้ว รูปแบบการใช้งานนี้ก็แทบไม่ยากเลย เพียงแค่ตรงส่วนเชื่อมต่อ SmartMike เข้ากับอุปกรณ์ ให้เราเปลี่ยนเป็นสายแจ็ค 2 ขีดแทน ตามไดอะแกรมด้านล่างนี้

[กล้อง DSLR / ลำโพง / Laptop]<-> [สายแจ็ค 2 ขีด] <-> [SmartMike 1] <————> [SmartMike 2]

อุปกรณ์ที่ต่อกับ SmartMike สามารถเป็นได้ทั้งกล้อง DSLR/Mirror Less/คอมพิวเตอร์ เพื่ออัดเสียงเข้าไมค์ตรง หรือไปต่อกับลำโพงเพื่อทำเป็นไมค์ลอย ในเคสที่จะบรรยายสอนในคลาสที่จำเป็นต้องใช้มืออย่างเป็นอิสระ

3. การเชื่อมต่อเพื่อการพูดสัมภาษณ์

รูปแบบการใช้งานนี้ เราจะเชื่อมต่อ SmartMike ทั้งสองตัวเข้ากับมือถือ เพื่อให้ไมค์ทั้งสองตามทำหน้าที่เป็นไมค์สัมภาษณ์ระหว่างพิธีกรกับแขกรับเชิญ ตามไดอะแกรมที่แสดงด้านล่าง

sabinetek smartmike 16[มือถือ]   <————> [SmartMike 1]
<————> [SmartMike 2]

การเชื่อมต่อ SmartMike 1 เข้ากับมือถือ เราทำรูปแบบเดียวกับการใช้งาน SmartMike แบบตัวเดียวได้เลย คือ กดปุ่มสีแดง 3 วินาที => เปิดบลูทูธ => เลือกอุปกรณ์เชื่อมต่อ

สำหรับการเชื่อมต่อกับ SmartMike 2 ก็ทำรูปแบบเดียวกันเลยครับ กดปุ่มสีแดงค้าง 3 วินาที => เข้าเมนูอุปกรณ์เชื่อมต่อบลูทูธ มองหาชื่อ SmartMike ตัวที่ 2 จากนั้นก็คลิกเลือก Connect จากนั้นก็สวมฟองน้ำขนแมวเข้าไปหน่อย เพิ่มบรรยากาศดูความเป็นมืออาชีพ

มือถือบางรุ่น อาจมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธได้พร้อมกัน 2 ตัว สำหรับมือถือ iOS ใช้งานรูปแบบนี้ได้ไม่มีปัญหา

4. การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานเหมือนเป็น  วิทยุสื่อสาร Walkie Talkie

การใช้งานรูปแบบสุดท้าย เราจะประยุกต์ให้ SmartMike เป็นเหมือน Walkie Talkie วิทยุสื่อสาร 2 ทิศทาง ตามไดอะแกรมด้านล่าง

[SmartMike 1 + หูฟังมอนิเตอร์] <————> [SmartMike 2 + หูฟังมอนิเตอร์]

วิธีการเชื่อมต่อ SmartMike ทั้งสอง ทำเหมือนในกรณีแรกที่เราเซ็ตอัพ SmartMike 2 ตัว ให้รู้จักกัน (ตัวนึงกดค้าง 3 วินาที อีกตัวกดค้าง 10 วินาที แล้วมาวางใกล้กัน) แล้วก็แค่ต่อหูฟังเข้ากับ SmartMike ทั้งสองตัว เท่านี้เราก็ได้ Walkie Talkie คุยสื่อสารกันแล้ว เพียงแต่อาจมีระยะการสื่อสารที่จำกัดประมาณ 1.5 เมตรเท่านั้นนะ

นี่คือรูปแบบการใช้งานทั้งหมดของ Sabinetek SmartMike เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด

สนใจสั่งซื้อ SmartMike ครบเซ็ต (2x SmartMike + สายแจ็ค 2 เส้น) Lazada | Shopee
หรือซื้อแบบใช้งานตัวเดียวก็ได้เช่นกัน Lazada | Shopee

Leave a Reply

Your email address will not be published.